วันจันทร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2553

วิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า



ค่ายโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า ที่ดำเนินการโดยกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์โรงเรียนท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหนองคาย เขต 1 โดยการนำของ นายณรงค์ ปริญญาพรหม หัวหน้ากลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ เป็นโครงการที่ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้พิสูจน์ข้อสงสัยและสร้างข้อค้นพบ ด้วยตนเองด้วยการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ อย่างสนุกสนาน แตกต่างจากการเรียนวิทยาศาสตร์ในห้องเรียนอย่างสิ้นเชิง

เด็กนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการได้รับความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ จากกิจกรรมที่จัดขึ้นทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว และอยากจะให้มีการเข้าค่ายเป็นระยะเวลาที่นานขึ้น ซึ่งโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มา 3 ปีแล้ว ซึ่งใน 2 ปีแรกนั้นได้รับการสนับสนุนให้จัดปีละ 1 ครั้ง แต่ในปีการศึกษา 2551 ได้รับการสนับสนุนให้จัดปีละ 2 ครั้ง โดยแบ่งจัดภาคเรียนละ1 ครั้ง

นายณรงค์ เล่าถึงความเป็นมาของการจัดค่ายโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า ว่าในปัจจุบันกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการต่าง ๆ อย่างมากมายแม้แต่กระบวนดูแลและสร้างเสริมสุขภาพของตนเองรวมทั้งคนรอบข้าง ยังเป็นการเรียนรู้กระบวนการโครงงานทางวิทยาศาสตร์ไปในตัวอีกด้วย

ซึ่งมาตรฐานหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานได้กำหนดไว้ว่า การเรียนรู้วิทยาศาสตร์เป็นการพัฒนาผู้เรียนให้รับทั้งความรู้ กระบวนการและเจตคติ ดังนั้นผู้เรียนควรได้รับการกระตุ้นส่งเสริมให้สนใจและกระตือรือร้นที่อยากจะเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มีความสงสัย เกิดคำถามในสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับโลกธรรมชาติรอบตัว มีความมุ่งมั่นและมีความสุขที่จะศึกษาค้นคว้า สืบเสาะหาความรู้ เพื่อรอบรวมข้อมูล วิเคราะห์ผล นำไปสู่คำตอบ และยังกระตุ้นให้ผู้เรียนท้าทายกับการเผชิญสถานการณ์หรือปัญหา มีการร่วมกันคิด ลงมือปฏิบัติจริง ทำให้สามารถอธิบายทำนายสิ่งต่างๆได้อย่างมีเหตุผล

การประสบผลสำเร็จในการเรียนวิทยาศาสตร์จะเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้เรียนมีความ สนใจ มุ่งมั่นที่จะสังเกต สำรวจ ตรวจสอบ สืบค้นความรู้ที่มีคุณค่าเพิ่มขึ้นเกิดนิสัยการเรียนรู้อย่างไม่หยุดยั้ง

การเรียนรู้เนื้อหาสาระที่เกี่ยวกั การสร้างเสริมสุขภาพอนามัยในด้านอาหารและโภชนาการ โรคและการป้องกันโรค และด้านสุขลักษณะและสิ่งแวดล้อมที่ดี ร่วมกับการใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ พิสูจน์ข้อสงสัยและสร้างข้อค้นพบด้วยตนเองด้วยการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ช่วยส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เห็นความสำคัญในการเสริมสร้างสุขภาพ อนามัยที่ดีตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เห็นปัญหาด้านสุขภาพอนามัยของตนเองและบุคคลรอบข้าง และหาวิธีการป้องกันและแก้ไขปัญหา รวมทั้งหาวิธีสร้างเสริมสุขภาพของตนเองและบุคคลรอบข้างให้ดีขึ้น โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์

การจัดค่ายโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า ถือเป็นกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ที่สำคัญวิธีหนึ่ง ที่จัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพทุก ๆ ด้าน ที่ต้องการให้เกิดในตัวผู้เรียน ช่วยให้ผู้ร่วมกิจกรรมรู้จักปรับพฤติกรรมของตนเองให้เข้ากับหมู่คณะ รู้จักการสร้างเสริมสุขภาพที่ดี และสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตต่อไป อีกทั้งยังสามารถเสริมสร้างกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้เกิดขึ้นกับนักเรียน ได้เป็นอย่างดี



สำหรับวัตถุประสงค์สำคัญของการจัดค่ายโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่าก็เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ด้านวิทยา ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดูแล รักษา และเสริมสร้างสุขภาพ เพื่อให้นักเรียนที่เข้าค่ายสามารถทำโครงงานและมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งสามารถประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า รู้จักคิดวิเคราะห์ ค้นหาคำตอบ ในการทำงานร่วมกับผู้อื่นและรับผิดชอบต่อ ส่วนรวม รู้จักนำความรู้ทีได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และเพื่อให้เห็นความสำคัญของการดูแล รักษาสุขภาพของตนเองและคนรอบข้าง นำความรู้ที่ได้ไปเสริมสุขภาพจนเป็นนิสัย

เด็กที่เข้าค่าย นั้นจะเป็นเด็กระดับชั้น ม.ต้น รุ่นละ 120 คน ซึ่งค่าย จะจัดทั้งในโรงเรียน และนอกสถานที่ โดยจะมีครูกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา 20 คน เป็นผู้ดูแลนักเรียนที่เข้าค่าย อย่างใกล้ชิด ตลอดทั้ง 2 วัน 3 คืน ซึ่งก่อนการเข้าค่าย ก็จะประเมินผลโดยใช้แบบทดสอบ และหลังจากนักเรียนเข้าค่ายเสร็จก็จะมีการประเมินผล แล้วนำผลที่ได้มาวิเคราะห์

จากการเข้าค่าย ที่ผ่านมาพบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนนของการทำแบบทดสอบก่อนการเข้าค่าย และค่าเฉลี่ยคะแนนของการทำแบบทดสอบหลังการเข้าค่ายแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

กิจกรรมที่จัดขึ้นในค่าย นั้นมีหลากหลาย ครบถ้วน เริ่มจากทำความรู้จักกับโครงการค่ายวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่าและ เรียนรู้ประเภทและขั้นตอนการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ กิจกรรมปฏิบัติการตามฐานความรู้ เช่น การทำโยเกิร์ต การทำไวน์ การทำแหนม การตรวจสอบโปรตีน กิจกรรมดาราศาสตร์ การปฏิบัติให้ถูกสุขลักษณะ การตรวจสอบสารปนเปื้อนในอาหาร และกิจกรรมสำรวจสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนที่มีการระดมสมองด้วย



น.ส.ศิริกัญญา ศรีชมภู นักเรียนชั้น ม.3 ที่เข้าค่าย บอกว่า สนุกกับการเข้าค่าย และได้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์จากการเข้าค่ายมาก ไม่เคยคิดมาก่อนว่า การเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์โดยการเข้าค่าย จะทำให้เกิดการเรียนรู้ ได้มีการพิสูจน์ข้อสงสัย ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทำให้ตลอดระยะเวลา 2 วัน 3 คืน ที่มีการเข้าค่ายดูน้อยไป อยากให้มีระยะเวลาในการเข้าค่ายที่มากกว่านี้
นายวสุภาค สีลาคำ นักเรียนชั้น ม.3 ก็บอกเช่นเดียวกันว่า สนุกและได้รความรู้กับการเข้าค่ายมาก โดยเฉพาะกิจกรรมดาราศาสตร์ ที่มีการส่องกล้องดูดาวต่าง ๆ สนุกเพลิดเพลินจนเพื่อน ๆ ไม่อยากจะเข้านอนกัน จนอาจารย์ต้องมาไล่ให้เข้านอน

จากความสำเร็จของการเข้าค่ายโครงการ วิทยาศาสตร์ มีการต่อยอดส่งผลทำให้โครงงานสำรวจภาวะการเจริญเติบโตของนักเรียนโรงเรียน ท่าบ่อ ได้รับรางวัลขวัญใจนักวิจัย ในการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ ของ สวทช. ปีการศึกษา 2551 ที่ผ่านมา และขณะนี้ได้เสนอให้ทางโรงเรียนมีการจัดเข้าค่าย ให้กับโรงเรียนข้างเคียงด้วย

ซึ่งหากมีการดำเนินการต่อไป ก็จะทำให้เด็กหนองคาย ได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพ อย่างสนุกสนาน และได้ความรู้ครบกระบวนการ เช่นเดียวกับเด็กนักเรียนของโรงเรียนท่าบ่อ ที่ได้สัมผัสกับโอกาสดังกล่าวแล้ว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น